ผมไม่ได้เข้าโรงเรียนไปเพื่อเอาความรู้หรอกนะ
posted on 27 Apr 2008 22:26 by ma--se in MyLife
"แม่ . . . แม่ให้เมษไปเรียนหนังสือทำไมอ้ะ?"
นี่เป็นคำถามของผม ขณะนั้นผมอยู่ม. 2
เป็นคำถามบนโต๊ะอาหารเย็น ตามประสาแม่ลูก [แม่ลูกเค้าคุยกันอย่างงี้เรอะ !]
ก่อนที่แม่จะตอบคำถาม ขอผมย้อนกลับไป ถึงเรื่องที่ผมคิดก่อนผมจะถามนะครับ
ถึงแม้ว่ามันจะจำได้เพียงลางๆก็ตาม
แต่ถ้าให้ผมกลับเอามาคิดใหม่
ผมก็คิดว่า ในสมัยม.ต้นนั้น ผมไม่ได้เข้าไปเรียนหนังสือ เพื่อเอาความรู้จริงๆจังหรอก
อันที่จริง ก็มีหลายครั้งอยู่ ที่จะขอแม่เรียน กสน. จบเร็วดีด้วย
เวลาไปเรียน กลับไปนึกๆดูแล้ว จริงๆก็แทบจะไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเลยจากอาจารย์ผู้สอน
เพราะว่า ที่สอนหนะ ก็อยู่ในตำรา .. แล้วในตำราหนะ ผมอ่านออก..
แน่นอน ว่าต้องมีคนสอนผมอ่าน.. แต่แม่ผมก็สอนผมได้นะ ! ทำไมต้องส่งผมมาเรียนด้วย
อาจารย์ที่สอน ก็มีอายุมากแล้ว หลายๆท่านก็เลอะๆเลือนๆ เวลาสอนบ้าง
มันทำให้ผมหงุดหงิดทุกครั้ง ที่ผมเข้าไปเรียนวิชาวิทย์ฯ คณิตฯ ไทย
บลา บลา บลา หน้า 57 แบบฝึกหัดที่ สาม ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม บลาๆ คำควบกล้ำ บลาๆ สมการเชิงเส้น
หลังจากรู้จัก exteen ทำให้ผมรู้ว่า ผมไปเรียนเลขกับ คุณครู Ed ก็ได้วะ !!
แต่ก็มีบางครั้ง .. ในบางวิชา กับอาจารย์บางท่าน . . ผมกลับ ชื่นชมในสาระ และประสบการ์ณชีวิต
ที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ เวลาเข้าไปนั่งเรียน อย่างวิชาแนะแนว
[ซึ่งภายหลังจากเปลี่ยนอาจารย์ วิชาแนะแนวกลายเป็นวิชาทำการบ้านของผมไป]
"แม่ให้เมษไปเรียน เพื่อจะได้เข้าสังคมไง" สิ้นเสียงความคิด เป็นเสียงแม่ผมตอบออกมา
"ก็จริงนะแม่. . . ไปเรียนก็จะได้เข้าสังคม ยังไงก็มี internet แล้ว อยากรู้อะไรก็หาเอา"
หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป ภายในความเงียบ
หลังสิ้นสุดเสียงความคิด .. เมื่อเข้าสู่ ม.3 ได้เวลาที่ผมคิดต่อ ว่าผมควรจะทำอะไร
เนื่องจากตอน ม. 1 ไม่มีสายเรียนให้เลือก แต่ผมมีคะแนนโดดเด่นด้านวิชาคอมฯ
ตอน ม. 2 เลยเข้าเรียน สาย คณิต-คอม และถึงแม้ว่าจะได้คะแนนยอดเยี่ยมอันดับหนึ่ง
[ซึ่งตอนนี้ คืนวิชาให้หนังสือคอมที่กองไว้มุมห้องไปหมดแล้ว]
ผมเลือกที่จะเปลี่ยนสาย เพราะเบื่อหน่ายเวลาที่อาจารย์สอนไป เปิดหนังสือไป
ถามไปหนึ่งคำถาม อาจารย์เปิดหนังสือตอบ
บร๊ะเจ้า !! แบบนี้ไปอ่านเองก็ได้
ผมจึงหันไปทางด้านที่ผมรักพอๆกัน นั่นคือดนตรี
แต่ก็นั่นแหละ บร๊ะเจ้า !! อาจารย์สอนวิชาดนตรีก็ห่วยแตกพอกัน
พอ พอ พอ พอ !! แบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ
แต่ก็เหมือนมีเสียงสวรรค์ส่งมา เมื่อแม่ผมบอกว่า มีโรงเรียนที่สอนเล่นดนตรีทุกวัน
บร๊ะเจ้า !! แบบนี้ให้ตายยังไงก็เข้าให้ได้
เพราะก่อนหน้านั้น ผมชวดมหิดลวิทยานุสรณ์ เพราะว่าขาดเกรดเฉลี่ยไปอีก 0.06
ดันไปทะเลาะกับอาจารย์วิชาสังคม เรื่องที่ผมหันไปตอบคำถามเพื่อน แต่อาจารย์หาว่าคุย !
ก่อนที่แม่จะบอกผมว่า มันก็มหิดลแหละ แต่เป็นดุริยางคศิลป์
เสาร์อาทิตย์นั้น ผมนั่งไปซื้อใบสมัครด้วยตัวเอง
เรียนพิเศษ และฝึกซ้อมเอง เพื่อจะเข้าเรียนให้ได้
และผมก็สอบติด !!
สามปีผ่านไป หลังจากผมสอบติด และเรียนจบ รอรับใบประกาศ
ผมรู้สึกว่า สามปีที่ผ่านมา ความรู้ที่ได้มามันไม่มากเลย
เสียเวลาอ่านหนังสือซักเดือนก็คงได้รู้เรื่องที่เรียนหมด
แต่ประสบการณ์ ความรู้สึก อารมณ์และเรื่องราวต่างๆ
ที่บรรดาอาจารย์่ถ่ายทอดให้ .. สิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหน
นอกจากคนเดียวในโลก ที่จะถ่ายทอดให้ได้
เพราะทุกคนไม่เหมือนกัน แต่เราแบ่งปันเรื่องของเราได้
ผมรู้สึกว่า ผมเลือกถูกแล้วหละ ที่ไม่ได้เลือกจะอยู่ในโรงเรียนเดิม
กับการศึกษาที่ ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด แต่มันก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย
มันดีกว่ามาก ที่ผมเลือกออกมาเพื่อจะเป็นอะไรซักอย่าง
ดีกว่ารู้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้เป็นอะไรซักอย่าง
แม้จะทำให้ความรู้เลขน้อยลง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สังคม ภาษาไทย จะน้อยกว่าคนธรรมดา
แต่การได้รู้ว่าผมจะเป็นอะไร และได้รู้ประสบการณ์จากคนที่เป็นในสิ่งที่ผมอยากเป็น
เป็นนักดนตรี
มันคุ้มค่าแล้วหละ กับสิ่งที่ด้อยไป แต่เด่นขึ้นมา
ถึงแม้ ผมจะไม่ได้ Born to be เหมือนเพื่อนหลายๆคน
แต่ถ้าจะ Learn to be ฝันคงไม่ไกล
อย่างที่หลายๆคนที่พูดไว้ ว่าระบบการศึกษาไทยยังต้องพัฒนา
อิอิ แต่หนีออกมาจากระบบการศึกษาธรรมดามา แก้ปัญหาให้ตัวเองไปก่อนก็ Work นะครับ
และอย่างที่ผมบอก
ผมไม่ได้เข้าโรงเรียนไปเพื่อเอาความรู้หรอกนะ
แต่ผมเข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ที่มันเป็นความจริง และเรื่องจริง ที่ผ่านมา
เพื่อจะได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในโลกที่โหดร้ายลงทุกวันๆให้รอดไป
และจะได้สร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาให้โลกมันโหดร้ายน้อยลงบ้างเท่านั้นเอง
ขอให้ความรักและความสันติสุข สถิตอยู่กับทุกคนครับ




ผมรู้สึกดีกระความทรงจำในโรงเรียนเสมอ
#1 By [veho on 2008-04-27 22:57