Jonathan Livingston Seagull, Richard Bach

posted on 16 May 2008 18:41 by ma--se  in MyLife

๋Jonathan Livingston Seagull

คุณเคยฝัน อยากบินได้เหมือนนกไหม?
ผมเคยฝัน ว่าอยากบินได้เหมือนนก
แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นของหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้พูดถึง "มนุษย์" ที่ชื่อ
โจนาธาน
แต่พูดถึง "นกนางนวล" ที่ชื่อ
โจนาธาน

"For most gulls, it is not flying that matters, but eating. For this gull, though, it was not eating that mattered, but flight."

ประโยคข้างบนคงอธิบายพฤติกรรมของนกตัวนี้ได้อย่างดีเลยทีเดียว
เราเคยนึกคิดว่านกนั้นโบยบินอย่างอิสระเสรี บนท้องฟ้า
แต่ที่จริงแล้ว มันต่างโบยบินเพื่อหาอาหาร

บิน เพื่อ อยู่

แต่คุณ โจ นั้นแตกต่าง (ผมหมายถึงโจนาธาน)

โจ ใช้เวลาทั้งวัน นั้นการหัดบิน
ไม่ว่าจะเป็นการบินแบบไหนก็ตาม
โจ ค้นหาเทคนิคการบินแบบใหม่ๆ
บินช้า.. บินต่ำ บินเร็ว บินเร็วโคตรๆ

โจอยู่ เพื่อบิน

แต่ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ
แม้แต่พ่อแม่ของเขา...
จนกระทั่งเขาถูกขับไล่ออกจากกลุ่มที่เขาอยู่

แต่เขายังคงค้นหา "เทคนิคการบิน" ต่อไป
จนกระทั่งเมื่อเขาคิดว่า เขาได้สามารถทำได้ถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว
เขาได้รับการเชิญจากนกสองตัว ไปยังดินแดนอีกแห่งหนึ่ง
เพื่อไปค้นพบสัจธรรม แห่งการบิน และค้นพบเหตุผลที่เขาควรจะมีชีวิตอยู่
่่

อ่านดูแล้ว ผมคิดว่าหลายคนคงคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก
แต่แปลก ที่ผมไม่ตลก
หนังสือเล่มนี้เขียนนานแล้ว
แต่ยังสะท้อนถึงสิ่งต่างๆในสังคมได้อย่างดี
ฝูงนกนางนวลที่ทำกิจกรรมซ้ำๆในสังคมของเขา
คือการหาอาหาร ด้วยการบิน
บินเพื่ออาหาร เพื่อกิน เพื่อหาอาหารต่อไป
และเมื่อใครซักคนแตกต่าง
สร้างความอับอายให้แก่ฝูง
อิทธิพลของฝูง เปลี่ยนอธิพลของคนที่แตกต่าง
แต่คนที่ไม่เปลี่ยน ก็ต้องกลายเป็นตัวที่ไม่มีฝูง
ไม่ใช่ว่าคนที่แตกต่างนั้นไม่ดี
แต่ดูเหมือนว่าคน(ในที่นี้คือนกนางนวล)อื่นๆนั้น
จะไม่เห็นคุณค่าของสิงที่โจนาทาร์นทำ
"จะตั้งใจบินไปทำไม บินเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว"

โจนาทาร์นนั้น เดินตามความเชื่อของตัวเอง
แม้จะถูกทอดทิ้ง

และแม้จะถูกทอดทิ้ง
โจนาทาร์นไม่เคยลืมฝูงที่ทอดทิ้งเขา
ไม่ใช่ความแค้นที่โจนาทาร์นมี
แต่เป็นความรักที่มีต่อฝูง
ที่ทำให้โจนาทาร์นนั้น พยายามถ่ายทอดสิ่งที่เขารู้ให้ฝูง
แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกคอก หรือแม้แต่ปีศาจ

หนังสือดี แนะนำให้อ่านครับ
Jonathan Livingston Seagull
Richard Bach
ISBN: ดูตรงไหนหว่า
มีขายแน่ๆที่คิโนคุนิยะ สยามพาราก้อน
แต่เหลือ 1 เล่ม เพราะผมซื้อมาแล้วเล่มนึง จากทั้งหมดสองเล่ม
ภาษาไทยมี 2 ฉบับ แปลโดย
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่อมาโดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

น่าจะบรรจุในหนังสืออ่านวิชาภาษาอังกฤษแบบบังคับเลยนะเนี่ย

We can lift ourselves out of ignorance, we can find ourselves as creatures of excellence and intelligence and skill.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เก่ามากทีเดียว เป็นหนังสือแนวปรัชญาสัญลักษณ์เล่มแรกๆที่อ่านเลย

#1 By Lagnadan on 2008-05-16 19:17

เคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาอ่ะค่ะ ชอบมาก
ยังเก็บไว้เลย เก่าจนกระดาษเหลืองหมดแหละ

#2 By NBlue2Sky on 2008-05-16 21:13

หนังสือดีมากๆ น่าอ่านมาก

ลองภาษาอังกฤษดีมั้ย จะได้ช่วยฝึก

แต่ ภาษาไทยเถอะ sad smile

ไว้ว่างๆจะไปหาซื้อมาอ่านค่ะ

น่าอ่านจริงๆ

ปล.อาคารดุริยางฯ บรรยากาศดีจัง ดีมากๆด้วย

#3 By antzzer on 2008-05-16 22:40

ฉันไม่เห็นว่าหนังสือเล่มนี้จะตลกตรงไหน
หนังสือน่าอ่านแบบนี้ แนะนำค่ะ Hot!
โอ้ อ่านของรุ่นพี่มา แต่อ่านไม่จบ

ผมว่าหนังสือปรัชญาดีๆ อ่านง่ายและมีสาระก็หาได้ทั่วไปนะ แต่คนไม่ค่อยหาเจอกันเท่าไหร่
จำได้ว่าสมัยเด็กๆเคยหยิบมาอ่านรอบแรกในชีวิต
....
......
........เอิ่ม อ่านไม่รู้เรื่องอ่ะ
ค่อยมาบรรลุตอนแก่ๆฮ่ะ

#6 By CanineGirl on 2008-05-17 11:19